[x]ปิดหน้าต่าง

ทฤษฎีเกษตร

  [ ดูบทความทั้งหมด ]

ให้คะแนนบทความนี้

บทความหมายเลข 186 | คะแนน Rating: 2.3/5 ดาว (จากจำนวนโหวต 7 votes)

Tag :


 #วิธีเลี้ยงปลาช่อน

การเลือกสถานที่เลี้ยงปลาช่อน
ควรจะพิจารณาเป็นข้อๆดังนี้
1. ใกล้แหล่งน้ำจืด ที่สามารถใช้ได้ตลอดปี
2. น้ำไม่เป็นกรดหรือด่างมากจนเกินไ
3. ที่ดอน น้ำไม่ท่วม และเป็นที่ราบ
4. ดินเหนียว หรือปนทราย
5. คมนาคมสะดวก

วิธีเพาะพันธุ์ปลาช่อน
1. การเพาะเลียนแบบธรรมชาติ
เป็นวิธีการเพาะพันธุ์ที่เลียนแบบธรรมชาติ ด้วยการเพาะในบ่อดิน ขนาดประมาณ 0.5-1.0 ไร่ และใช้วิธีจัดสภาพบ่อให้คล้ายคลึงกับธรรมชาติ เช่น ปล่อยให้หญ้าหรือพืชน้ำขึ้นริมฝั่ง มีการปล่อยผักบุ้ง หรือพืชน้ำอื่นที่เหมาะสม อัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ 1:1ให้อาหารโดยใช้ปลาเป็ดผสมรำหรืออาหารสำเร็จรูป

2. การเพาะด้วยการผสมเทียม
เป็นวิธีการเพาะโดยการกระตุ้นด้วยฮอร์โมนสังเคราะห์ และมักเพาะในบ่อซีเมนต์เพาะพันธุ์ปลา ด้วยการฉีดฮอร์โมนเร่งให้แม่ปลาวางไข่และรีดไข่มาผสมกับน้ำเชื้อที่รีดได้จากตัวผู้ หรือหลังการฉีดฮอร์โมนทั้งตัวเมีย และตัวผู้แล้วปล่อยให้ผสมกันเองตามธรรมชาติ ฮอร์โมนที่ใช้ ได้แก่ LHRHa หรือ LRH-a และใช้ร่วมกับ domperidone และไข่ปลาช่อนที่ผสมแล้วจะมีสีเหลือง ไข่จะลอยน้ำ และจะใช้เวลาฟักประมาณ 30-35 ชั่วโมง หลังการวางไข่

การอนุบาลลูกปลาช่อน

การอนุบาลลูกปลาช่อนจะเริ่มให้อาหารภายหลังฟักออกจากไข่ประมาณวันที่ 4-5 หรือจนกว่าถุงไข่แดงจะยุบ โดยใช้ไข่แดงต้ม บดละลายน้ำ และกรองผ่านผ้าขาวบางให้ลูกปลากินวันละ 3 ครั้ง หลังจากนั้นประมาณวันที่ 6-8 ค่อยให้ไรแดงจนถึงอายุ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้น ค่อยเริ่มให้อาหารเสริม เช่น รำละเอียด ปลาป่น และเนื้อปลาสดสับ ทั้งนี้ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก 1-2 วัน ในปริมาณน้ำที่ร้อยละ 50 ของทั้งหมด

การเตรียมบ่อ
1. พื้นที่ใช้เลี้ยง ควรมีขนาดไม่ต่ำกว่าครึ่งไร่ โดยการขุดบ่อลึก 1.5 – 2 เมตร และทำคันบ่อสูงประมาณ 1 เมตร
2. หากเป็นบ่อเก่า ให้สูบน้ำ และเก็บปลาออกให้หมด หรือโรยโล่ติ๊นเพื่อกำจัดปลาที่หลงเหลือ พร้อมหว่านโรยด้วยปูนขาว อัตรา 100 กิโลกรัม/ไร่ และตากบ่อนาน 7-10 วัน
3. ให้กั้นรั้วตาข่ายหรือไนล่อนบริเวณคันบ่อเพื่อป้องกันปลาช่อนกระโดดหนี
4. ปล่อยน้ำเข้าหรือรอฝนตกให้มีระดับน้ำ สูงประมาณ 20-30 ซม. แล้วค่อยใส่ปุ๋ยคอก อัตรา 40-80 กิโลกรัม/ไร่
5. ปล่อยน้ำเข้าหรือให้ฝนตกจนมีระดับน้ำสูงประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วค่อยปล่อยลูกปลาช่อน

การเลี้ยงในบ่อ
หลังจากอนุบาลลูกปลาช่อนให้ได้ขนาดความยาว 6-8 เซนติเมตร ก็สามารถนำมาปล่อยเลี้ยงในบ่อได้ อัตราการปล่อยที่ 40-50 ตัว/ตารางเมตร หรือประมาณ 65,000-80,000 ตัว/ไร่ โดยให้ใช้ฟอร์มาลีนเติมลงในบ่อ ที่ความเข้มข้นประมาณ 30 ppm (3 ลิตร/น้ำ 100 ลบ.ม.) ทั้งนี้ ในวันที่ที่ปล่อยลูกปลาไม่ต้องให้อาหาร และให้เริ่มให้อาหารในวันรุ่งขึ้น

อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาช่อน ได้แก่ ปลาเป็ดผสมรำหรือหัวอาหาร ในอัตราส่วนร้อยละ 70:30 ปริมาณการให้ที่ร้อยละ 4-5 ของน้ำหนักตัวปลา โดยการหว่านหรือวางอาหารบนตะแกรง และวางให้ลอยใต้ผิวน้ำ 2-3 เซนติเมตร ให้วางในหลายจุด

เมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 5-6 เดือน ปลาช่อนจะมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม/ตัว หรือมากว่า หากต้องการจับจำหน่ายให้งดอาหาร 1-2 วัน ก่อนจับ การจับจะใช้วิธีการสูบน้ำออก และตีอวน แล้วค่อยสูบน้ำออกให้แห้ง และค่อยตามจับออกให้หมด

โรค และการป้องกัน
1. โรคที่เกิดจากปรสิตที่มักพบ ได้แก่ เห็บระฆัง ปลิงใส หนอนสมอ ที่มักเห็นเกาะติดลำตัวเพื่อดูดกินเลือด หากมีจำนวนมากจะทำให้เกล็ดบริเวณนั้นหลุด ลำตัวผอม หัวโต และมีรอยแผลเป็นจุดตามลำตัว แก้ไขโดยการฉีดพ่นด้วยดิปเทอร์เรกซ์ 800 กรัม/ไร่ ปล่อยไว้ 2-3 วัน แล้วถ่ายน้ำใหม่ หรือนำมาแช่ในสารละลายฟอร์มาลีน 150-200 ซีซี/น้ำ 1,000 ลิตร ทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน
2. โรคท้องบวมหรือเกล็ดหลุด หรือเป็นแผลตามลำตัว ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แก้ไขโดยให้ใช้เทอรามัยซิน 2 กรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม
3. โรคพยาธิภายใน เช่น พยาธิหัวหนาม ทำให้ปลามีลำตัวผอม และกินอาหารลดลง แก้ไขโดยใช้ยาถ่ายพยาธิผสมในอาหาร

ความแตกต่างระหว่างปลาช่อนเลี้ยงกับปลาช่อนธรรมชาติ
• ปลาช่อนนา หรือ ปลาช่อนตามธรรมชาติ จะมีสีเกล็ดได้หลายสี ขึ้นอยู่กับแหล่งน้ำที่อาศัย แต่ปกติปลาช่อนนาจะมีสีเกล็ดที่เป็นลายหรือมีสีเกล็ดค่อนข้างจางเหลือง ต่างจากปลาช่อนเลี้ยงที่มักมีสีเกล็ดดำสนิทไปทั่วลำตัว

• รูปร่างปลาช่อนนามักหัวค่อนข้างใหญ่ และยาว ปากค่อนข้างแบน ส่วนปลาช่อนเลี้ยงมักมีลำตัวอวบอ้วนได้สัดส่วน

• ปลาช่อนนา เมื่อผ่าท้องมักไม่พบไขมันติดลำไส้ ส่วนปลาช่อนเลี้ยงจะพบมีไขมันติดบริเวณลำไส้มาก

วิธีจับปลาช่อนตามธรรมชาติ
• การใส่เบ็ด โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เบ็ด (แท่งไม้ไผ่รัดด้วยเชือกค้องเบ็ด) ด้วยการใช้เหยื่อ เช่น ไส้เดือน ลูกปู ลูกอ๊อด เป็นต้น วิธีนี้มักใช้จับในฤดูหลังการทำนาจนถึงช่วงก่อนเก็บเกี่ยวข้าว

• การใส่หลุมดัก โดยการใช้ไห หรือ ถังน้ำขนาดเล็กที่มีปากแคบ ฝังบริเวณคันนาที่เชื่อมติดกับบ่อน้ำ ด้วยการขุดให้เป็นร่องแคบๆ และฝังไหบริเวณตรงกลางร่อง หรือค่อนมาทางบ่อน้ำ และโอบทาด้วยโคลนตามร่องให้เปียกชุ่ม วิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวข้าวที่ระดับน้ำในคันนาเริ่มลด ทำให้ปลาช่อนอพยพปืนป่ายกลับเข้ามาอาศัยในแหล่งเก็บน้ำ ก่อนที่จะตกลงในไหหรือถังดัก

• การใ้ช้แห มักใช้จับได้ตลอดฤดูกาล แต่นิยมใช้มากในช่วงฤดูแล้งที่ระดับลดลงมาก ทำให้จับได้ง่าย

อ้างอิงจาก:กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
รูปภาพประกอบข้อมูลจากคุณบวร หาวิรส
 

 



เข้าชม : 136000    [ ขึ้นบน ]


ข่าวฮอตอัพเดท 20 อันดับล่าสุด

      วิธีเลี้ยงปลาช่อนเลียนแบบธรรมชาติ 12 / พ.ย. / 2559
      พลิกผืนนา เพาะเห็ดตับเต่าขายกันดีกว่า 8 / พ.ย. / 2559
      การเลี้ยงกุ้งฝอยในวงบ่อปูนซีเมนต์ เลี้ยงง่ายโตไวราคาหลักร้อย อาชีพแนวใหม่ของเกษตรกร 20 / ก.ค. / 2559
      อ้อยลอยฟ้า ภูมิปัญญาคนโบราณ ปลูกครั้งเดียวกินได้ทั้งชาติ 20 / ก.ค. / 2559
      “ปลูกผักในโอ่งดิน” ปลูกครั้งเดียว กินได้ตลอดทั้งชาติ…!! 17 / ก.ค. / 2559
      ต้นแบบเกษตรกรรุ่นใหม่ 1 ไร่..สร้างกำไรกว่าที่คิด 17 / ก.ค. / 2559
      เชื่อลุงเลย! 1 ไร่ ได้ 6 แสน ต่อปี และถ้า 10 ไร่ละ 6 ล้าน ทำแค่นี้เอง เศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ 17 / ก.ค. / 2559
      ของชอบเลย! วิธีเพาะเห็ดเผาะ (เห็ดถอบ) ทำเองได้ไม่ยุ่งยาก 13 / ก.ค. / 2559
      1 ไร่หายจน ด้วย เกษตรผสมผสาน 13 / ก.ค. / 2559
      ปลูกผักในขวดพลาสติก 11 / ก.ค. / 2559
      เผย 10 เคล็ดลับ ทำสวนแบบพอเพียง ฉบับครัวเรือน ยุคใหม่ !! 11 / ก.ค. / 2559
      ปลูกผักไว้กินในครัวเรือนกันเถอะครับ ปลูกง่ายๆด้วยสูตรผสมดิน 11 / ก.ค. / 2559
      คุ้มค่ามาก!! มะละกอ ตอนต้นเตี้ย ปลูกทานได้ในกระถาง!! 26 / มิ.ย. / 2559
      เกษตรกรไม่มีหนี้ ปลูกแก้วมังกรในกระถาง พื้นที่แคบ ๆ ก็ปลูกได้ 4 / มิ.ย. / 2559
      เทคนิค!!! โชควิเชียร..กล้วยเครือยักษ์ หลุมละ 3 ต้น กำไร 3 เท่า 4 / มิ.ย. / 2559
      ''ผักหวานป่า'' ปลูกยาก ตายยาก ขึ้นแล้วเก็บขายได้นับ 10 ปีฟันรายได้เดือนละหลักแสน 4 / มิ.ย. / 2559
      ลาออกจากราชการมาทำไร่ เน้นเกษตรธรรมชาติเพื่อวิถีสุขภาพที่แท้จริง 21 / พ.ค. / 2559
      ช่วงมีโอกาสต้องรีบกอบโกย ชาวบ้าน เฮ ฝนตกต่อเนื่อง แมงมันโผล่ จับขายโลละ 1,800-2,000 บาท สร้างรายได้ 21 / พ.ค. / 2559
      แนวคิดเกษตรธรรมชาติ พาไปดู! เกษตรประยุกต์ มาปลูกผักกิน ดีไซน์เจ๋ง 21 / พ.ค. / 2559
      เทคนิคสุดเจ๋ง! ขยายพันธุ์ "มะลิ" แบบง่ายที่สุด..ด้วยวิธีปักชำ 21 / พ.ค. / 2559



  เพิ่มความคิดเห็น
ชื่อ/อีเมลล์ :  สมาชิกไม่ต้องกรอก
ใส่รหัสยืนยัน
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ข้อความ :




ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ Webmasterเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

วิธีเลี้ยงปลาช่อนเลียนแบบธรรมชาติ
พลิกผืนนา เพาะเห็ดตับเต่าขายกันดีกว่า
การเลี้ยงกุ้งฝอยในวงบ่อปูนซีเมนต์ เลี้ยงง่ายโตไวราคาหลักร้อย อาชีพแนวใหม่ของเกษตรกร
อ้อยลอยฟ้า ภูมิปัญญาคนโบราณ ปลูกครั้งเดียวกินได้ทั้งชาติ
“ปลูกผักในโอ่งดิน” ปลูกครั้งเดียว กินได้ตลอดทั้งชาติ…!!
ต้นแบบเกษตรกรรุ่นใหม่ 1 ไร่..สร้างกำไรกว่าที่คิด
เชื่อลุงเลย! 1 ไร่ ได้ 6 แสน ต่อปี และถ้า 10 ไร่ละ 6 ล้าน ทำแค่นี้เอง เศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ
ของชอบเลย! วิธีเพาะเห็ดเผาะ (เห็ดถอบ) ทำเองได้ไม่ยุ่งยาก
1 ไร่หายจน ด้วย เกษตรผสมผสาน
ปลูกผักในขวดพลาสติก
เผย 10 เคล็ดลับ ทำสวนแบบพอเพียง ฉบับครัวเรือน ยุคใหม่ !!
ปลูกผักไว้กินในครัวเรือนกันเถอะครับ ปลูกง่ายๆด้วยสูตรผสมดิน

 

ครูเชนดอทคอม เว็บไซต์แห่งการแลกเปลี่ยนของครู กศน. ครูนอกระบบ ครูในระบบ  

ติดต่อลงข่าวสาร  โฆษณา โทร.081-1077987
## MAXSITE 1.10 plus ##   | ADMIN | by ครูเชนดอทคอม | Facebook | Youtube | Google plus+ | IOS | Android